เอกสารใบรับรอง
teawpiglet55, pomsmith1989,

ตรวจสอบสถานะไปรษณีย์

สถิติการเข้าชม

ข่าวจากสมาคมยางพาราไทย

01/01/70
กนอ. ผนึกคณะทำงานประชารัฐ บูมนิคมอุตสาหกรรมยางพารา จ.สงขลา ทุ่มสร้างอาคารโรงงานแปรรูปยางมาตรฐาน รองรับ SMEs ลงทุน

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.เตรียมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) จ.สงขลา บางส่วนเพื่อก่อสร้างอาคารโรงงานแปรรูปมาตรฐาน รองรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เฟสที่ 2 จำนวน 7 ยูนิต รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 3,500 ตารางเมตร ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้โครงการ "กนอ. สานพลังประชารัฐ ยกระดับ SME ยางไทย ก้าวไกลในนิคมอุตสาหกรรมยางพารา" ทั้งนี้ เมื่อมีการใช้พื้นที่เต็มทั้งหมด คาดว่าจะมีความต้องการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้น ประมาณ 9,000 ตันต่อปี โดยมีสัดส่วนเป็นน้ำยางข้น ประมาณ 60% หรือ 5,400 ตันต่อปี และยางแผ่นรมควัน ประมาณ 40% หรือ 3,600 ตันต่อปี ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้แก่กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางประมาณ 450 ล้านบาทต่อปี และเมื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางพาราแล้วจะสามารถเพิ่มมูลค่าได้ถึง 10 เท่า หรือคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 4,500 ล้านบาท
โดยคุณสมบัติของ SMEs ที่จะเข้ามาประกอบกิจการในอาคารโรงงานมาตรฐาน ต้องผ่านการอบรม ด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพารา จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อให้ SMEs มีความพร้อมในการนำนวัตกรรมไปสร้างมูลค่าเพิ่มในกระบวนการผลิต เพื่อให้สามารถสร้างปริมาณความต้องการใช้ยางพาราในประเทศได้จำนวนมากขึ้น

ขณะเดียวกันได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) สนับสนุนสานพลังประชารัฐ เพื่อบูรณาการความร่วมมือด้านการจัดหา และพัฒนาฝีมือแรงงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานแรงงานจังหวัดสงขลา จัดหางานจังหวัดสงขลา วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ วิทยาลัยเทคนิคจะนะ วิทยาลัยการอาชีพนาทวี และวิทยาลัยการอาชีพหลวงประธานราษฎร์นิกร เพื่อเตรียมความพร้อมด้านแรงงานรองรับอย่างเพียงพอทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ

"ปัจจุบันพื้นที่เฟส 1 ในนิคมมีผู้เช่าเต็มพื้นที่แล้ว เพื่อประกอบกิจการประเภทยางคอมพาวนด์ หมอนยางพารา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ กรวยยางจราจร"

สำหรับความคืบหน้า โครงการนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดสงขลา ได้ศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมเชิงลึก มีการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนา มีการจัดทำแนวคิดการออกแบบ และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เสร็จเรียบร้อย พร้อมทั้งเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 ตอนนี้อยู่ระหว่างแก้ไขปรับปรุงการออกแบบรายละเอียด ส่วนกรมธนารักษ์อยู่ระหว่างสำรวจและเจรจากับผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนที่เหลือ เพื่อจัดหาที่ดินราชพัสดุ ประมาณ 1,121.53 ไร่ มาให้ กนอ. เช่า โดยสำนักงานที่ดินสะเดาได้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินเสร็จเรียบร้อย ขณะที่กรมธนารักษ์ ได้ดำเนินการตัดต้นไม้ในส่วนของพื้นที่ฝั่งตะวันตก (จำนวน 660 ไร่) แล้ว ทั้งนี้ ตามแผนหากได้รับการอนุมัติโครงการภายในเดือนสิงหาคม 2560 จะมีการเปิดตัวโครงการทันที และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณเดือนมีนาคม 2561 และจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนสิงหาคม 2562